2008: Bhomrak Duey Raktae by Chantana Chaemthim

2008: Bhomrak Duey Raktae by Chantana Chaemthim

นิทรรศการบ่มรัก ด้วยรักแท้

โดยจันทนา  แจ่มทิม

 

ปัจจุบันศิลปะ “ลายรดน้ำ” แทบจะไม่เป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่ หรืออาจจะเรียกได้ว่าเกือบจะสูญสลายหายไปแล้วจากสังคมไทย ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสาเหตุต่างๆ นานาประการ อันได้แก่ กรรมวิธีในการทำที่ยุ่งยากซับซ้อน ประกอบกับต้องใช้ระยะเวลาในการทำที่ค่อนข้างนานกว่าจะสำเร็จเสร็จสิ้นเป็นชิ้นงาน หรือการที่วัสดุประเภททองคำมีราคาสูงขึ้น ฯลฯ หากแต่ยังมีสาเหตุสำคัญประการหนึ่งก็คือ การที่วัตถุดิบในการทำหาได้ยากยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

เนื่องจาก “ลายรดน้ำ” เป็นงานจิตรกรรมที่ปรากฏตัวอยู่บนพื้นผิวของ “งานช่างรัก” การขาดแคลน “รัก” ทั้ง “ยางรัก” (รูปวัตถุ) และ “ความรัก” (นามวัตถุ) จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ศิลปะ “ลายรดน้ำ” ไม่สามารถก่อกำเนิดขึ้นมาได้

 

 “ยางรัก” ทำให้ “ลายรดน้ำ” ได้มีพื้นที่สำหรับการปรากฏโฉม โดยเฉพาะ “ยางรักแท้” ซึ่งมีคุณภาพ จะช่วยให้ลายรดน้ำสามารถดำรงคงทนอยู่ได้นาน แต่ปัจจุบันนี้กลับหาได้ยากขึ้นเต็มที ต้นรักที่เป็นแหล่งกำเนิดยางรักแทบไม่หลงเหลือบนแผ่นดินไทย เนื่องจากชาวบ้านขาดความเข้าใจที่จะช่วยกันปลูกและอนุรักษ์ไว้

 

ส่วน “ความรัก” นั้น นับได้ว่าเป็นจุดก่อกำเนิดของลายรดน้ำ ความรักของผู้ที่มีใจอย่างแท้จริงเท่านั้นที่จะสามารถผ่านกระบวนการอันยาวนานและยุ่งยากซับซ้อนของ “งานช่างรัก” ได้ และจะทำให้ “ลายรดน้ำ” เกิดมีชีวิตในที่สุด แต่ในปัจจุบันนี้หาผู้ที่มีความรักในศิลปะลายรดน้ำได้ยากเต็มที

 

ทว่ายังมีศิลปินผู้หนึ่งที่ยังคงอุทิศตัวอย่างมุ่งมั่นให้กับศิลปะ “ลายรดน้ำ” มาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ซึ่งน้อยนักที่จะมีใครรู้ อาจารย์จันทนา แจ่มทิม ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน “ลายรดน้ำ” ด้วยกระบวนวิธีเฉกช่างโบราณ แต่มีรูปแบบและแนวทางเช่นศิลปินร่วมสมัย

 

ท่ามกลางกระแสความเร่งรีบในสังคมปัจจุบัน “งานช่างรัก” และศิลปะ “ลายรดน้ำ” ของศิลปินผู้นี้ กลับค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวอยู่อย่างเงียบๆ ไม่รีบร้อน ทั้งนี้เพราะงานศิลปะประเภทนี้จำต้องอาศัย “เวลา” และ “การรอคอย” เป็นปัจจัยสำคัญ ศิลปินผู้สร้างจึงมิอาจเร่งเร้าเอาได้ดั่งใจ แต่จำเป็นต้องเข้าใจ และปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ตามกระบวนการและวิถีทางของสิ่งนี้ “รัก” ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย “รัก” แค่ต้องการ ”รัก” และต้องการได้ใช้เวลาในที่อันสงบเป็นส่วนตัวเท่านั้นเอง ดังนั้นแม้ในช่วงขณะของการบ่ม ศิลปินผู้สร้างก็มิอาจปล่อยปละละเลย หากแต่กลับยิ่งต้องให้ “ความรัก” คอยดูแลเอาใจใส่ และเฝ้าทะนุถนอมฟูมฟัก “ยางรัก” อย่างใกล้ชิด ประหนึ่งสิ่งนี้คืออีกหนึ่งชีวิตที่พร้อมจะก่อกำเนิด เติบโต และดำรงคงอยู่ เพื่อมอบผลลัพธ์อันงดงามน่าชื่นชมให้กับผู้ที่อุทิศชีวิตให้

 

บ่มรัก…ด้วยรักแท้” คือนิทรรศการที่ยืนยันได้ถึงความมีอยู่จริงของศิลปะ “ลายรดน้ำ” และความมีอยู่จริงของศิลปินที่ทุ่มเทและอุทิศชีวิตให้กับสิ่งๆ นี้ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้มิใช่เป็นเพียงข้อความที่กล่าวอ้างหรือบอกเล่าอยู่แค่ในหนังสือหรือตำรา แต่ทั้งผลงานและศิลปินมีตัวตนอยู่จริง และศิลปินผู้นี้จะยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยลมหายใจแห่งการสร้างสรรค์ เพื่อไม่ให้ “ลายรดน้ำ” เป็นเพียงแค่เรื่องราวที่เล่าขานกันมาหรือเล่าขานกันต่อไป แต่เพื่อให้เป็นศิลปะที่ยังคงความงามสง่าและยั่งยืน สามารถจับจ้องได้ด้วยตาและสัมผัสได้ด้วยหัวใจ

 

นิทรรศการนี้จะทำให้ผู้ชมได้เห็นถึงคุณค่าแห่งความพยายามในการสร้างสรรค์ ด้วยความยากลำบากและความพิถีพิถันในกระบวนการทำงาน ไม่ง่ายนักที่จะได้ผลงานแต่ละชิ้นออกมา แต่กลับมีความคุ้มค่าแห่งการรอคอยและควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้

 

ศิลปินและคณะผู้จัด ต่างหวังว่านิทรรศการครั้งนี้จะเป็นสื่อทางหนึ่งในการปลุกจิตสำนึกของผู้ชม ทั้งคนชาติเดียวกันเองซึ่งต่างก็มีรากเหง้าของความเป็นไทยอยู่ ให้ได้หันกลับมามองและพินิจพิจารณาถึงคุณค่าของสิ่งที่สืบทอดจากคนรุ่นก่อน จนกลายเป็นมรดกของชาติที่ควรค่าแก่การรักษาไว้ ด้วยความเข้าใจจริง มิใช่เพียงเพราะว่าเป็นสิ่งที่ควรจะต้องกระทำ ไม่เพียงเท่านี้ หากแต่ยังรวมไปถึงชาวต่างชาติที่อาจจะเพียงแค่เคยได้รับรู้มา แต่ในคราวนี้จะได้มีโอกาสยลโฉมศิลปะ “ลายรดน้ำ” จริงๆ กระทั่งเปิดใจยอมรับว่าสิ่งนี้คือศิลปะอันทรงคุณค่าซึ่งอาจนับได้ว่าเป็นมรดกของโลกเลยก็ว่าได้