2018: HUA TA KHE Exhibition

2018: HUA TA KHE Exhibition

HUA TA KHE Exhibition

23 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2561

ณ Artery Gallery Bangkok

 

          "หัวตะเข้" ชื่อที่อาจไม่ค่อยคุ้นหูของคนทั่วไป แต่ถ้าพูดถึงคนที่อยู่ในแวดวงศิลปะน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของสถาบันศิลปะที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการศิลปะทั่งรุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ กว่าครึ่งล้วนแต่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้

          "หัวตะเข้" เป็นทั้งชื่อของลำคลองและตลาดไม้อันเก่าแก่ อยู่ที่ลาดกระบังนี่เอง เป็นคลองที่เชื่อมต่อกับคลองประเวศที่ยังคงรักษาภาพของชีวิตดั้งเดิมเอาไว้ ที่นี่เรายังคงเห็นภาพแม่ค้าพายเรือขายของ ผู้คนที่ยังคงใช้เรือโดยสารและเรือพายในการไปมาหาสู่กันบ้างไปตลาดบ้าง สมัยที่ผู้เขียนยังเป็นนักเรียน และศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยทุกวันทั้งเช้าและเย็น ทำให้ผมมีภาพความทรงจำที่ไม่เคยลืมเลือนเกี่ยวกับตลาด "หัวตะเข้" แห่งนี้อยู่มากมาอย่างการเขียนรูปวิวทิวทัศน์ก็ได้บ้านริมน้ำ เป็นชิ้นงานส่งอาจารย์ บางครั้งก็ใช้วิธีวาดเส้น สีน้ำ หรือสีน้ำมัน แล้วแต่วิชาที่เรียนหรืองานที่อาจารย์สั่ง ยังมีรวมอีกหลายๆ วันที่เปลวแดดของเที่ยงวันแผดกล้าก็มานั่งหลบร้อนกันที่นี่ ร้านอาหารในตลาดถูกดัดแปลงเป็นที่พบปะสังสรรค์กันในหมู่เพื่อนฝูง มานั่งคุยกันบ้าง ปรับทุกข์กันบ้าง ทั้งเรื่องเรียนเรื่องรักสรรพเพเหระเป็นอยู่อย่างนี้หลายต่อหลายรุ่นกระทั่งทุกวันนี้

          หลายครั้งที่ภาพดีๆ ของผมเกิดขึ้นที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพของผมกับรุ่นพี่ กับเพื่อนๆ หรือกับรุ่นน้อง เป็นระยะเวลา 3 ปีเต็ม ที่ผมมีกิจกรรมร่วมกับตลาดแห่งนี้ จนก่อเกิดเป็นความผูกพัน ผมจากที่นี่มาหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้วต้องไปใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัด แต่เรื่องราวของผมกับตลาดหัวตะเข้ไม่จบลงแค่นั้น... หลายครั้งที่ผมยังหยิบรูปวาดบ้านริมน้ำเก่าๆสมัยเรียนขึ้นมาดูและระลึกถึงภาพความหลัง และไปเยี่ยมทันทีเมื่อมีโอกาสกลับไปกรุงเทพ หรือแวะเยี่ยมเยือนตอนปิดภาคการศึกษา

          นับรวมเวลาจากวันที่ผมสำเร็จการศึกษาจนถึงปัจจุบันกินเวลาไปกว่า 9 ปีแล้ว ระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างไปมากพอสมควร ทางเดินเข้าตลาดถูกราดด้วยปูนซีเมนต์ เสาไฟฟ้าต้นใหญ่ปักอยู่ริมทางเป็นระยะๆ ห้องแถวหลายหลังถูกดัดแปลงเป็นร้านค้าสมัยใหม่ ร้านกาแฟ ร้านอินเตอร์เน็ต นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าขบคิดว่าดีกว่าหรือด้วยกว่าเดิม อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทันต่อความต้องการของผู้คนและยังกลมกลืนไปกับวิถีชีวิตใหม่

          ภาพวันคืนแห่งความหลังที่ตราตรึงหัวใจของผมยังคงวนเวียนอยู่ในความทรงจำซ้อนทับกับความเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปใน "หัวตะเข้"  ความรู้สึกนี้กระตุ้นให้ผมปรารถนาที่เก็บความทรงจำเก่าๆ ไว้ในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่เพียงแค่ในมโนสำนึกเท่านั้น ผมต้องการแบ่งปันความทรงจำนี้แก่ทุกคน... ก่อนที่ร่องรอยแห่งความทรงจำเกี่ยวกับ "หัวตะเข้" ปัจจุบันจะมีเส้นสีและแสงเงาที่คลาดเคลื่อนไปจากเดิมมากกว่านี้